The Creative Habit VI

posted on 11 Dec 2007 00:06 by jz-mee

แหะ ๆ เกือบลืมเขียนแน่ะ โชคดีที่กอฟถามถึง ^^"

วันนี้เรียนเรื่องการหาทางเลือกจำนวนมากค่ะ มีคนกล่าวไว้ว่า "Nothing is dangerous than an idea when it is the on ly one we have."

Linus Pauling ก็เคยกล่าวไว้ว่า "The best way to get a good idea is to get a lot of ideas."

ซึ่งมันก็จริงเนอะ ถ้าเราคิดออกแค่ความคิดเดียว เราก็ได้แค่นั้น แต่ถ้าเราสามารถคิดอะไรได้เยอะขึ้น เราก็สามารถคัดเอาอันที่ดีที่สุดออกมาได้ เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จหลายคน ไม่ใช่ว่าอย่างแรกที่เค้าคิดเค้าทำขึ้นมาจะประสบความสำเร็จเลยสักหน่อย เขาสร้างผลงานมาจำนวนมากกว่าจะประสบความสำเร็จ

วันนี้อ.เลยให้ทำอะไรตั้งหลายอย่างแน่ะ ลองกันดูนะคะ อย่างแรก ลองเขียนประโยชน์ของอิฐมาให้ได้มากที่สุด ในเวลา 10 นาที (ถ้าจำเวลาไม่ผิดนะ) เอ้า เริ่มเลย...

. . . .

. . .

. .

ของมี่นี่ได้ไม่กี่ข้อเอง

1.สร้างบ้าน

2.ทำกระถางต้นไม้

3.รองกระถางต้นไม้

4.ตกแต่งบ้าน

5.ทำโต๊ะ

6.ทับกระดาษ

7.รองล้อรถ

8.ขว้างใส่ขโมย

9.เอาไปขาย - -''

แล้วจากนั้นอ.ก็ให้เอาไปเช็คกับเพื่อนดูว่าเหมือนกันกี่ข้อ ส่วนใหญ่จะเหมือนกัน 2-3 ข้อ แล้วอ.ก็ให้โจทย์ใหม่ ให้เขียนประโยชน์ของเปลือกทุเรียน 30 ข้อ ><~ ไม่จำกัดเวลา อันนี้นี่ยากมาก ลองดูนะคะ

. . . .

. . .

. .

อ.ให้เวลานานมาก ๆ แต่สุดท้ายมี่ก็เขียนได้แค่ 24 ข้อเอง มีเพื่อนคนนึงเขียนได้ 70-80 ข้อด้วย สุดยอดไปเลย แล้วอ.ก็ให้เอาไปเช็คกับเพื่อนอีกเหมือนเดิม แต่แบ่งเป็นเช็ค 10 ข้อแรกก่อน ผลก็เหมือนเดิมคือเหมือนกัน 2-3 ข้อจาก 10 ข้อแรก จากนั้นก็ให้เช็ค 20 ข้อต่อมา ปรากฎว่าแทบไม่มีใครตรงกันเลย อ.บอกว่าสังเกตได้ว่าข้อแรก ๆ ที่เราเขียนลงไปจะเป็นไอเดียที่ทุกคนเห็นตรงกัน ใคร ๆ ก็คิดได้ ใคร ๆ ก็คิดถึง เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ซ้ำใคร เราจะต้องคิดไอเดียออกมาให้ได้มากเข้า เพื่อเค้นหาไอเดียที่ดีละไม่ซ้ำใคร

แล้วอ.ก็แนะให้อย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่มี่ชอบทำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยคิดอะไร เคยเป็นกันมั้ยเอ่ย ที่เวลาต้องตอบคำถามเป็นข้อ ๆ จะลิสต์ข้อออกมาก่อน (ไม่ว่าเป็นขีด ๆ หรือเลขข้อ 1 2 3...) ถึงจะยังคิดหาอะไรมาตอบไม่ได้ก็ตาม ลองดูตัวอย่างข้างล่างนะคะ

1.วิศวะ
2.วิทยา
3.แพทย์
4.บัญชี
5.อักษร

กับ

1.วิศวะ
2.วิทยา
3.แพทย์
4.บัญชี
5.อักษร
6.
7.
8.

เห็นรายชื่อคณะ 2 อันข้างบนแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ อันบนเห็นแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เหมือนมันจบแล้ว แต่อันล่าง มันมีเลขข้อ แล้วก็ช่องว่างที่เหมือนจะทิ้งไว้ให้เขียน มันจะมีความรู้สึกอยากจะเขียนอะไรลงไป การเขียนลิสต์เอาไว้ก่อนจะช่วยกระตุ้นให้อยากคิดอะไรมาเขียนได้เพิ่มขึ้นค่ะ เป็นการกำหนดโควตาไอเดียที่จะต้องหาให้ได้อลองเอาไปใช้ดูกันนะคะ

 

ดูพลุที่สวนเบญจกิตติ

posted on 09 Dec 2007 20:06 by jz-mee

เมื่อวานนี้ วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม ไปดูพลุกับครอบครัวที่สวนเบญจกิตติมาค่ะ คิดเอาไว้อยู่แล้วว่ารถต้องติดแน่ ๆ เลยไปซะแต่เนิ่น ๆ ขับไปจอดที่สีลมคอมเพล็กซ์แล้วนั่งรถใต้ดินไป พอไปถึงก็อ้าว รถไม่เห็นเยอะเลย รู้งี้เอารถมานี่เลยดีกว่า เวลาก็ยังมีอยู่ แต่ก็... ขี้เกียจกลับไปเอา แหะ ๆ

ไปถึงก็รีบไปหาอะไรกินที่ food court คุณแม่เกือบไม่มีอะไรกินแน่ะ เพราะแม่มี่กินมังสวิรัติ โชคดีร้านขนมจีนมีแกงที่กินได้อยู่ ^^ จากนั้นก็ไปเดินเล่นงาน Thailand Best Buys กัน อยากไปเดินอีกซักรอบจัง ของเยอะมากเลย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ยิ่งเห็นป้ายลดราคาด้วยแล้วแทบอดใจไม่ไหว 55 งานยังมีถึงวันที่ 16 ธันวานะคะ ใครสนใจรีบไปล่ะ ^^ ก็ได้อะไรติดไม้ติดมือมานิดหน่อย จากนั้นก็ไปที่สวนเบญจกิตติกันค่ะ ตอนนี้คนก็ทยอยมากันมากขึ้นแล้ว เริ่มจับจองทำเลที่นั่ง

รอไปนานเข้าก็เริ่มเบื่อ แล้วยิ่งเห็นจำนวนคนที่มากขึ้นก็เริ่มคิดละว่าตอนกลับจะกลับยังไงดี รถใต้ดินคนจะแน่นมาก ๆ รึเปล่า แล้วถ้าเรียกแท็กซี่จะต้องไปแย่งเรียกขนาดไหนนะ มองนาฬิกา นี่มันก็ 3 ทุ่มแล้ว จอดรถที่สีลมคอมเพล็กซ์ได้ถึง 5 ทุ่ม (หลังจากนั้นจะถือว่าจอดค้างคืน เสียตังเพิ่ม ><~) แล้วจะกลับไปทันมั้ยนะ ก็เลยเริ่มคิดที่จะย้ายทำเล คิดว่าไปดูแถว ๆ ถนนใหญ่ก็น่าจะมองเห็นได้เหมือนกัน มันก็ไม่ไกลกันมาก จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดฝูงชนตอนงานเลิกด้วย จากเดิมที่นั่งอยู่ในสวนกันก็เดินออกมาด้านนอก อยู่ข้าง ๆ ศูนย์ประชุมก็เริ่มรู้สึกว่ามันก็ไกล ๆ แฮะ แล้วถ้าเค้าจุดพลุตอนเดินอ้อมหลังศูนย์ประชุมล่ะ เสียดายแย่เลย ก็เลยหยุดรอกันตรงนั้นล่ะค่ะ

และแล้วก็ได้ฤกษ์จุดพลุซะที ^0^~

นี่เป็นภาพที่ capture มาจากวีดีโอที่ถ่ายไว้ค่ะ ย้ายมาตรงนี้ทำเลไม่ค่อยดีเลย พลุเตี้ย ๆ ก็โดนต้นไม้บัง พลุสูง ๆ ก็ติดสายไฟเสาธง แต่ก็สวยอยู่ดีค่ะ ^^ เวลาถ่ายภาพจากกล้องกับภาพจริงนี่คนละเรื่องเลย ต้องพยายามถือกล้องมือนิ่ง ๆ เพราะตาน่ะ ไม่ได้มองกล้องเลย ก็ของจริงมันสวยกว่านี่นา

งานนี้ผู้คนล้นหลามจริง ๆ ค่ะ ดูยังไม่จบก็กลับแล้ว เพราะกลัวกลับไปเอารถไม่ทัน พอมองเห็นถนนใหญ่ปุ๊ป ตัดสินใจได้ทันทีเลยค่ะ ว่าจะเรียกแท็กซี่หรือจะขึ้นรถใต้ดิน ทั้งถนนคนจอดรถเพื่อดูพลุกันหมดเลยค่ะ ดีใจจังที่ไม่ได้เอารถมา รถใต้ดินนี่ก็ถือว่ามีการจัดการที่ดีทีเดียว ที่ทางลงไปข้างล่างเจ้าหน้าที่ก็กั้นคนเป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้คนเยอะเกินไป จนเบียดกันตกบันได แถมยังคอยพูดว่าอย่าเบียด ระวังคนสูงอายุด้วย ตอนแรกได้ยินมาว่าหลัง 3 ทุ่มจะบริการตั๋ว 15 บาทตลอดสาย แต่ก็ไม่ได้นึกต่อว่าตั๋วมันหน้าตายังไง ลงไปปุ๊ป เจ้าหน้าที่ก็ให้แยกเลยค่ะ คนที่มีตั๋วธรรมดาให้ไปทางหนึ่ง คนที่ยังไม่มีตั๋วหรือมีตั๋ว 15 บาท ก็ไปอีกทางหนึ่ง

มี่ยังไม่มีตั๋วก็เดินไปซื้อค่ะ เจ้าหน้าที่เอาโต๊ะมาตั้งเรียงเป็นแถวให้คนมาซื้อตั๋ว (คล้าย ๆ ตอนงานหนังสือ แต่นี่ใช้จำนวนเจ้าหน้าที่เยอะกว่ามากเลยล่ะค่ะ) ซื้อมาปุ๊ปก็มองดู โอ้ นี่หรอตั๋ว ไม่เคยคิดถึงหน้าตาแบบนี้มาก่อน เป็นตั๋วกระดาษค่ะ คล้าย ๆ พวกคูปองอะไรอย่างงี้ เดินไปถึง gate ปุ๊ป เจ้าหน้าที่ก็ให้ชูตั๋วขึ้นแล้วก็เดินผ่านได้เลย เป็นอะไรที่แปลกดี แต่ก็ทำให้เคลื่อนคนได้เร็วขึ้นจริง ๆ ขาออกเค้าก็ให้คนที่มีตั๋วกระดาษนี้ออกอีกทาง มีเจ้าหน้าที่คอยเก็บตั๋ว

แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งค่ะ ^^~

วันพ่อวันนี้นี่ดู 2 เรื่องละคนอารมณ์เลยแฮะ ^^" เรื่องนี้ไม่ได้ดูตั้งแต่ต้นเรื่องค่ะ มาถึงก็งง ๆ อะไรมีการฝึกทหารในปานามา ครูฝึกถูกฆ่าตาย มีคนรอดกลับมาไม่กี่คน แล้วพระเอกที่ถูกเรียกให้มาทำการสอบสวน ก็ต้องสอบปากคำจากคนที่รอดมานั้นให้ได้ความจริงภายในเวลาอันจำกัด แต่คำให้การของแต่ละคนไม่ตรงกันเอาซะเลย ลึกลับ ซับซ้อน วกวน มี่งง เป็นหนังที่ต้องดูซ้ำอีกรอบ หรือหลาย ๆ รอบจริง ๆ

มี่ไม่เคยดูหนังแนวนี้แฮะ ดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี แต่สมองปลาทองนี้ทำความเข้าใจได้ยากเหลือเกิน ชื่อพระเอกยังจำไม่ได้เลย  แล้วจะไปตามเรื่องทันได้ยังไงล่ะนี่ -3-